วันหยุดทั้งที จะให้ใช้เวลาอยู่แค่ในห้องแอร์ก็คงน่าเสียดายไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับสายลุยที่หลงใหลในธรรมชาติ เสียงคลื่น ลมทะเล แสงแดด หรือแม้แต่ผืนป่า และภูเขา ที่เป็นพลังที่ช่วยรีเฟรชทั้งร่างกาย และจิตใจได้อย่างแท้จริง เพราะว่าการออกไปทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ไม่เพียงช่วยเติมความสดชื่น แต่ยังเป็นโอกาสให้เราได้ท้าทายตัวเอง เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และสร้างความทรงจำที่แตกต่างจากวันทำงานแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้นๆ ใกล้เมือง หรือการแพ็กกระเป๋าออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติแบบเต็มวัน ที่ทุกโมเมนต์ล้วนมีคุณค่า และเต็มไปด้วยความสนุกที่รอให้ไปสัมผัส


แน่นอนว่าการออกไปลุยกิจกรรมกลางแจ้งให้สุดเหวี่ยง นอกจากการเลือกสถานที่ และกิจกรรมที่ใช่แล้ว “ไอเทม” ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ เพราะอุปกรณ์ และเสื้อผ้าที่เหมาะสมจะช่วยให้เราสนุกได้แบบไม่มีสะดุด คล่องตัว พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะโดนน้ำ โดนแดด หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน ซึ่งไอเทมจาก Rip Curl ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สายเอาท์ดอร์ และสายเซิร์ฟไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ผสานกับความแฟชั่นที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่ว่าจะเป็นทริปทะเล น้ำตก แคมป์ปิ้ง หรือกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ก็พร้อมลุยได้เต็มที่แบบไม่ต้องกังวล


ดังนั้น ในบทความนี้จึงอยากชวนทุกคนไปเปิดลิสต์ “10 กิจกรรมวันหยุดสุดมันส์สำหรับสายลุยธรรมชาติ” ที่จะทำให้วันว่างของทุกคนไม่น่าเบื่ออีกต่อไป พร้อมแนะนำไอเทมจาก Rip Curl ที่ควรมีติดตัวในแต่ละทริป เพื่อให้ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจ สนุกได้สุด และยังคงความเท่ในสไตล์เซิร์ฟไลฟ์แบบไม่หลุดธีม ไม่ว่าจะเป็นสายทะเล สายป่า หรือสายภูเขา เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปใช้วันหยุดให้คุ้มค่ากว่าที่เคย!

1. Surfing โต้คลื่นด้วยกระดานโต้คลื่น

Surfing หรือการโต้คลื่น เป็นกิจกรรมวันหยุดที่เป็นกิจกรรมทางน้ำที่ใช้กระดานโต้คลื่นในการทรงตัว และเคลื่อนที่ไปตามแรงของคลื่นทะเล ถือเป็นกีฬาที่ผสมผสานระหว่างความท้าทาย ความสนุก และความใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของการเซิร์ฟอยู่ที่จังหวะของคลื่นที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน ทำให้ทุกครั้งที่ลงน้ำ คือ ประสบการณ์ใหม่ ผู้เล่นต้องใช้ทั้งสมาธิ ความแข็งแรงของร่างกาย และการฝึกบาลานซ์เพื่อยืนบนบอร์ดให้ได้อย่างมั่นคง


โดยจุดเด่นของกิจกรรมนี้ คือ ความรู้สึกอิสระ และอะดรีนาลีนที่พุ่งขึ้นเมื่อสามารถจับคลื่น และไหลไปกับผิวน้ำได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะช่วงแกนกลางลำตัว แขน และขา เหมาะสำหรับคนที่รักความท้าทาย ชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์ และอยากพัฒนาทักษะด้านการทรงตัว รวมถึงสายแอคทีฟที่ต้องการออกกำลังกายควบคู่กับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเหมาะกับทั้งมือใหม่ที่อยากลองอะไรใหม่ๆ ไปจนถึงระดับมือโปรที่หลงใหลในวัฒนธรรมเซิร์ฟ และการใช้ชีวิตริมทะเล

2. เล่น Stand Up Paddle Board (SUP)

Stand Up Paddle Board หรือ SUP เป็นกิจกรรมวันหยุดทางน้ำที่ผู้เล่นต้องยืนบนบอร์ดขนาดใหญ่ และใช้ไม้พายในการควบคุมทิศทาง จุดเด่น คือ ความเล่นง่าย และสามารถทำได้ในน้ำทะเล น้ำคลอง หรือทะเลสาบที่มีคลื่นไม่แรงมาก ทำให้เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่อยากทำกิจกรรมชิลๆ แต่ยังคงได้ขยับร่างกาย


โดยลักษณะของ SUP จะเน้นความนิ่ง และการทรงตัวมากกว่าความเร็ว ผู้เล่นสามารถพายออกไปชมวิว ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น หรือพระอาทิตย์ตก หรือแม้แต่นั่งเล่นบนบอร์ดกลางน้ำเพื่อพักผ่อนก็ได้ จุดเด่นอีกอย่าง คือ เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวได้ดี เพราะต้องรักษาสมดุลตลอดเวลา เหมาะกับทั้งมือใหม่ คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือคนที่อยากลองกิจกรรมทางน้ำแบบไม่หวาดเสียวมาก รวมถึงสายถ่ายรูปที่ต้องการมุมภาพสวยๆ กลางทะเล หรือแม่น้ำ

3. Kayaking พายเรือคายัค

Kayaking หรือพายเรือคายัค คือ การพายเรือขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นนั่งอยู่ภายในลำเรือ และใช้ไม้พายสองด้านในการเคลื่อนที่ กิจกรรมนี้สามารถทำได้ทั้งในทะเล แม่น้ำ น้ำตก หรืออ่างเก็บน้ำ ทำให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมสายธรรมชาติที่เข้าถึงง่าย และเหมาะกับทุกเพศทุกวัย


โดยเสน่ห์ของกิจกรรมวันหยุดอย่างการพายคายัค คือ การได้สำรวจธรรมชาติในมุมที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการพายลอดถ้ำ ชมป่าโกงกาง หรือพายเลียบชายฝั่งเพื่อดูวิวภูเขา และน้ำทะเลใสๆ และจุดเด่นตรงที่สามารถเล่นได้ทั้งแบบเดี่ยว และแบบคู่ จึงเหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาร่วมกับเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน หัวไหล่ และหลัง เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบ ชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และต้องการกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ทักษะยากเกินไปแต่ยังได้ความสนุก และความท้าทาย

4. ดำน้ำตื้น Snorkeling

Snorkeling หรือการดำน้ำตื้น เป็นกิจกรรมวันหยุดที่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสโลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อนเหมือนการดำน้ำลึก ผู้เล่นเพียงสวมหน้ากากดำน้ำ ท่อหายใจ และฟิน ก็สามารถลอยตัวดูปะการัง และฝูงปลาได้ทันที กิจกรรมนี้เหมาะกับทะเลที่น้ำใส คลื่นไม่แรง และมีแนวปะการังที่สมบูรณ์


โดยจุดเด่นของ Snorkeling คือ ความง่ายในการเริ่มต้น ใช้เวลาเรียนรู้ไม่นาน และเหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งมากก็สามารถเล่นได้ เพราะมีชูชีพช่วยพยุงตัว อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ได้ชมความสวยงามของธรรมชาติใต้น้ำอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับสายชิล สายถ่ายรูป และคนที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่ใช้แรงมาก แต่ยังคงได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

5. Hiking หรือ Trekking

Hiking หรือ Trekking คือ กิจกรรมเดินป่า หรือเดินเส้นทางธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางง่ายๆ ริมน้ำตกจนถึงภูเขาสูง และป่าเขตร้อน กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง และต้องการออกกำลังกายไปพร้อมกับการพักผ่อนทางจิตใจ การเดินป่าทำให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทิวทัศน์ และสัมผัสพืชพรรณ สัตว์ป่า หรือแม้แต่ทะเลหมอกในยามเช้า


โดยจุดเด่นของ Hiking และ Trekking คือ ความหลากหลายของเส้นทาง ความท้าทายที่แตกต่างกันในแต่ละเส้นทาง และการได้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ และสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายส่วนล่างไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมวันหยุดที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยสามารถเลือกความยากง่ายของเส้นทางให้เหมาะสมกับระดับความฟิต และประสบการณ์ เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ ชอบความท้าทาย หรืออยากใช้เวลาพักผ่อนไปพร้อมกับการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

6. ขับรถ ATV

ขับรถ ATV หรือ All-Terrain Vehicle เป็นกิจกรรมวันหยุดที่ให้ความสนุกตื่นเต้นแบบออฟโรด ที่ให้ผู้เล่นได้ขับรถไปบนเส้นทางธรรมชาติ ทั้งพื้นดินทราย ดินแดง ลาดชัน หรือเส้นทางโคลน และจุดเด่นของ ATV คือ ความสนุกแบบมันส์สุดๆ และสามารถเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติที่ปกติเดินเท้าไปยาก


โดยลักษณะของกิจกรรม คือ การขับรถขนาดเล็กบนล้อใหญ่ สามารถควบคุมง่าย และมีระบบเซฟตี้เบื้องต้น เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือคนที่เคยมีประสบการณ์การขับขี่บ้างแล้ว ATV ทำให้ได้สัมผัสความเร็ว ลม และบรรยากาศธรรมชาติอย่างเต็มที่ เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความมั่นใจ และการประสานงานระหว่างมือกับสายตา เหมาะกับคนที่ชอบความท้าทาย สายแอดเวนเจอร์ และกลุ่มเพื่อนที่อยากทำกิจกรรมวันหยุดร่วมกันอย่างสนุกสนาน

7. Wakeboarding เล่นเวคบอร์ด

Wakeboarding เป็นกีฬาทางน้ำที่ผสมผสานระหว่างการโต้คลื่น สโนว์บอร์ด และสเก็ตบอร์ด ผู้เล่นจะยืนบนบอร์ด และถูกลากด้วยเรือสปีดโบ๊ต หรือระบบเคเบิล ทำให้เกิดความเร็ว และสามารถทำท่าทางต่างๆ บนผิวน้ำได้อย่างสนุก และเร้าใจ


โดยลักษณะเด่นของกิจกรรมวันหยุดอย่างเวคบอร์ด คือ ความตื่นเต้น และความท้าทาย เพราะต้องใช้แรงขา การทรงตัว และการควบคุมทิศทางอย่างแม่นยำ เมื่อสามารถยืนบนบอร์ด และไถลไปบนผิวน้ำได้จะให้ความรู้สึกมันส์ และภูมิใจในตัวเองมาก เหมาะกับสายเอ็กซ์ตรีม สายกีฬา และคนที่ชอบกิจกรรมวันหยุดที่ใช้พลังงานสูง รวมถึงผู้ที่เคยเล่นสโนว์บอร์ด หรือสเก็ตบอร์ดมาก่อนก็จะสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงล่าง และแกนกลางลำตัวได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

8. Paragliding ร่อนพาราไกลดิ้ง

Paragliding เป็นกีฬาทางอากาศที่ผู้เล่นจะร่อนด้วยร่มบินขนาดใหญ่ ใช้ลม และความเร็วจากพื้นที่สูง เช่น ภูเขา หรือหน้าผา ทำให้ลอยตัวเหนือพื้นดินได้อย่างอิสระ กิจกรรมวันหยุดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รักความสูง และชื่นชอบความตื่นเต้นแบบผจญภัย


โดยจุดเด่นของ Paragliding คือ มุมมองที่ไม่เหมือนใคร เห็นวิวธรรมชาติจากมุมสูง ทั้งภูเขา ทะเล หรือแม่น้ำ ช่วยให้ได้สัมผัสความสงบ และความตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน และสำหรับการเล่น Paragliding จะมีครูฝึกแนะนำขั้นตอนอย่างละเอียด และสามารถเล่นแบบ Tandem (บินคู่ครูฝึก) สำหรับมือใหม่ ทำให้เหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้น และผู้ที่ชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม นอกจากนี้ยังช่วยเสริมความกล้า และความมั่นใจ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ และสัมผัสความสวยงามของโลกจากมุมสูง

9. Paramotor บินร่มชมวิว

Paramotor เป็นการบินด้วยร่มที่ติดเครื่องยนต์เล็ก ทำให้สามารถขึ้นบินจากพื้นที่ราบได้โดยไม่ต้องอยู่บนภูเขาสูงเหมือน Paragliding ผู้เล่นจะนั่งบนเก้าอี้เล็กที่ติดกับร่ม และเครื่องยนต์ เพื่อควบคุมทิศทาง และความสูงของการบิน ทำให้กิจกรรมวันหยุดนี้เหมาะกับผู้ที่อยากชมวิวธรรมชาติแบบเต็มตา ทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำ โดยไม่ต้องปีนเขา หรือเตรียมอุปกรณ์เยอะ


โดยจุดเด่นของ Paramotor คือ ความอิสระในการเลือกเส้นทางบิน สามารถบินได้นานหลายชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการถ่ายภาพมุมสูง และผู้ที่อยากผสมความสนุกกับความสวยงามของวิวธรรมชาติ การควบคุมเครื่องบินร่มค่อนข้างง่าย และมีครูฝึกคอยช่วยเหลือ เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากลองบิน และสายผจญภัยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ให้ทั้งอะดรีนาลีน และความสงบ

10. Archery ฝึกยิงธนู

Archery หรือการยิงธนู เป็นกิจกรรมวันหยุดที่เน้นสมาธิ ความแม่นยำ และความนิ่งของร่างกาย ผู้เล่นจะต้องจับคันธนู ดึงสาย และเล็งเป้าให้ถูกต้อง กิจกรรมนี้ไม่ได้ใช้พลังงานมากเหมือนกีฬาเอ็กซ์ตรีม แต่ช่วยฝึกทั้งสมาธิ และการควบคุมกล้ามเนื้อแขน และหลัง


โดยจุดเด่นของ Archery คือ การสร้างสมาธิ และความแม่นยำ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ชอบกิจกรรมแบบชิลๆ แต่ยังคงความท้าทาย เป็นกิจกรรมวันหยุดที่เหมาะกับทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากทำกิจกรรมวันหยุดร่วมกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมความมั่นใจในตัวเอง เมื่อสามารถยิงธนูตรงเป้าได้ ให้ความรู้สึกภูมิใจ และสนุกกับการพัฒนาทักษะส่วนตัว เหมาะกับสายสบาย แต่ชอบความท้าทายแบบมีเป้าหมาย

11. ไอเทมที่ควรมีในกิจกรรมวันหยุด แดดแรงแค่ไหน ก็สนุกทุกกิจกรรมได้แบบไม่มีสะดุด

ไม่ว่าจะไปทะเล ภูเขา หรือทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ใดๆ หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ ไอเทมที่ช่วยปกป้องร่างกายจากแสงแดด และอุปกรณ์ที่ช่วยให้ทุกกิจกรรมวันหยุดราบรื่น และไอเทมเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนสนุกได้โดยไม่สะดุด ทั้งเรื่องการป้องกันผิวไหม้ การระบายอากาศที่ดี ความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว และการเก็บอุปกรณ์ให้ปลอดภัย


สำหรับวันหยุดสายลุยธรรมชาติ การเลือกเสื้อผ้า และอุปกรณ์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เสื้อผ้าควรมีคุณสมบัติระบายอากาศดี แห้งไว และมีระบบป้องกันรังสี UV ส่วนอุปกรณ์เสริม เช่น หมวก กระเป๋า หรือ Dry Bag จะช่วยเพิ่มความสะดวก และป้องกันความเสียหายต่อสิ่งของส่วนตัว กิจกรรมวันหยุดแต่ละประเภทอาจมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น เล่นน้ำต้องเน้นแห้งไว และน้ำหนักเบา ขึ้นเขาต้องเน้นความคล่องตัว และระบายอากาศ


ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงรวมไอเทมจำเป็นสำหรับกิจกรรมวันหยุดสายลุยธรรมชาติ ที่ช่วยให้ทกคนได้เพลิดเพลิน และสนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแดดแรง หรืออุปกรณ์ไม่พร้อม ช่วยให้ทริปเป็นไปอย่างราบรื่น สนุกสนาน และปลอดภัยสำหรับทุกกิจกรรม

11.1 เสื้อแขนยาว UV Protection

เสื้อแขนยาว UV Protection เป็นไอเทมสำคัญที่สายกิจกรรมกลางแจ้งไม่ควรพลาด เสื้อประเภทนี้ถูกออกแบบด้วยเนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UVA และ UVB จากแสงแดดโดยตรง ทำให้สามารถลดโอกาสผิวไหม้หรือเกิดฝ้า กระ และช่วยให้กิจกรรมกลางแจ้งทั้งวันเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น


โดยจุดเด่นของเสื้อแขนยาว UV Protection อยู่ที่เนื้อผ้าที่บางเบา ระบายอากาศดี และแห้งเร็วแม้โดนน้ำ หรือเหงื่อ อีกทั้งการออกแบบบางรุ่นยังมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวก ไม่รบกวนกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม เช่น Hiking, Surfing, SUP หรือ Kayaking นอกจากนี้เสื้อยังสามารถใส่ซ้อนกับชุดอื่น เช่น เสื้อยืด หรือชุดว่ายน้ำ เพิ่มความคล่องตัว และปรับลุคได้ตามกิจกรรม


เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้เวลาอยู่กลางแจ้งหลายชั่วโมง หรือผู้ที่ต้องการความสบายและการปกป้องผิวไปพร้อมกัน เสื้อแขนยาว UV Protection จากแบรนด์คุณภาพยังมีดีไซน์ที่ทันสมัย ทำให้สามารถใส่ได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง จึงเป็นไอเทมที่ตอบโจทย์การทำกิจกรรมวันหยุดกลางแจ้งทุกประเภท


> ดูคอลเลกชั่น เสื้อแขนยาว UV Protection จาก Ripcurl เพิ่มเติม คลิก ที่นี่

11.2 กางเกงขาสั้น

กางเกงขาสั้นเป็นไอเทมคลาสสิกที่ต้องมีสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และวันหยุดสายลุย โดยเนื้อผ้ามักทำจากวัสดุน้ำหนักเบา ระบายอากาศดี และแห้งเร็ว จึงเหมาะกับกิจกรรมวันหยุดหลากหลาย ทั้งเดินป่า วิ่งชายหาด เล่นน้ำ หรือขับ ATV


และจุดเด่นของกางเกงขาสั้น คือ ความคล่องตัว และความสะดวกในการเคลื่อนไหว สามารถพับเก็บ หรือม้วนได้ง่าย บางรุ่นมีกระเป๋าซิปเก็บของสำคัญ เช่น มือถือ กุญแจ หรือเงิน ทำให้ลดความเสี่ยงของการสูญหายขณะทำกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีดีไซน์หลากหลาย ทั้งสีเรียบ และลายสนุกๆ ที่เหมาะกับลุคเอาท์ดอร์ และซัมเมอร์


ทำให้กางเกงขาสั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และคล่องตัว ทั้งชาย และหญิงสามารถใส่ได้ สามารถนำไปใส่ทริปน้ำ หรือกิจกรรมบนบกโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดหลายครั้ง และเป็นไอเทมหลักสำหรับทุกกิจกรรมกลางแจ้ง


> ดูคอลเลกชั่น กางเกงขาสั้น จาก Ripcurl เพิ่มเติม คลิก ที่นี่

11.3 หมวกกันแดด

หมวกกันแดดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องใบหน้า และศีรษะจากรังสี UV และช่วยลดความร้อนจากแสงแดดตรงๆ ทำให้ผู้เล่นกิจกรรมกลางแจ้งรู้สึกสบายมากขึ้น และสามารถทำกิจกรรมวันหยุดได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกร้อน หรือเหนื่อยง่าย


และจุดเด่นของหมวกกันแดดอยู่ที่ขอบหมวกกว้าง ป้องกันแสงแดดตกกระทบหน้า และคอ บางรุ่นยังทำจากผ้าที่ระบายอากาศดี มีสายรัดเพื่อความมั่นคง เหมาะกับกิจกรรมทั้งน้ำและบก เช่น Hiking, SUP, Kayak, Surfing หรือการขับ ATV หมวกบางรุ่นออกแบบให้พับเก็บง่าย น้ำหนักเบา และแห้งเร็ว


ดังนั้น หมวกกันแดดจึงเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และทุกกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่กลางแดดนานๆ ช่วยลดความเสี่ยงจากการโดนแดดเผา และทำให้ทริปสนุกขึ้นโดยไม่สะดุด


> ดูคอลเลกชั่น หมวกกันแดด จาก Ripcurl เพิ่มเติม คลิก ที่นี่

11.4 กระเป๋า Dry Bag

Dry Bag คือ กระเป๋ากันน้ำที่ออกแบบมาเพื่อเก็บสัมภาระสำคัญ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า โทรศัพท์ หรือของใช้ส่วนตัว ในขณะทำกิจกรรมทางน้ำ หรือกลางแจ้งที่อาจเจอน้ำ ฝน หรือความชื้น โดยมีจุดเด่น คือ วัสดุกันน้ำได้ 100% และสามารถม้วนปิดปากกระเป๋าให้แน่น ป้องกันน้ำเข้า


และเนื้อผ้าของ Dry Bag มักทนทานต่อรอยขีดข่วน และแรงดึง มีหูหิ้ว หรือสายสะพายเพื่อความสะดวกในการพกพา เหมาะสำหรับกิจกรรมวันหยุดต่างๆ เช่น Kayaking, SUP, Surfing, Paddle Boarding หรือแม้แต่เดินป่า และตั้งแคมป์ที่มีฝนตกกระทันหัน


ดังนั้น Dry Bag จึงตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการเก็บของสำคัญให้ปลอดภัย และแห้งอยู่เสมอ ช่วยให้ทุกกิจกรรมกลางแจ้งไม่สะดุด และสามารถเพลิดเพลินได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าสิ่งของจะเปียก หรือเสียหาย


> ดูคอลเลกชั่น กระเป๋า Dry Bag จาก Ripcurl เพิ่มเติม คลิก ที่นี่

12. เลือกช้อปสินค้าคอลเลกชั่น Summer จาก Ripcurl ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ก่อนใคร ที่นี่!

February 19, 2026 — Rip Curl Thailand