แชร์ 5 จุดดำน้ำลึก (Scuba Diving) ที่สวยที่สุดในไทย พร้อมแนะนำไอเทม Ripcurl ที่เหมาะกับการลงน้ำ
“ประเทศไทย” ถือเป็นหนึ่งในสวรรค์ของนักดำน้ำทั่วโลก เพราะมีท้องทะเลที่สวยงาม น้ำใสจนมองเห็นแนวปะการังหลากสี ฝูงปลานับพัน และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอ่าวไทย หรือฝั่งอันดามัน ต่างก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้นักเดินทางมาค้นหา ทำให้การดำน้ำลึก หรือ Scuba Diving ไม่ใช่แค่การผจญภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ให้สายกิจกรรมทางน้ำตัวจริงได้มาสัมผัสโลกใต้น้ำอย่างใกล้ชิด และเรียนรู้ความงามของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำสีคราม
สำหรับนักดำน้ำที่อยากจะดำน้ำลึก หรือ Scuba Diving นั้นการเตรียมตัวให้พร้อมถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากอุปกรณ์ดำน้ำพื้นฐานแล้ว เสื้อผ้า และไอเทมต่างๆ ก็มีบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน และแบรนด์ Ripcurl ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องชุดดำน้ำ และชุดสำหรับนักเซิร์ฟ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของนักดำน้ำทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีผ้าที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่น ปกป้องผิวจากแสงแดด และคงความอบอุ่นขณะอยู่ในน้ำ ไม่ว่าจะเป็น Ripcurl Wetsuit, Rash Vest, หรือ Boardshorts ก็ล้วนตอบโจทย์ทั้งเรื่องสไตล์ และฟังก์ชันที่เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ และนักดำน้ำมืออาชีพ
ดังนั้น ในบทความนี้ทาง Ripcurl ก็จะพาหนุ่มๆ สาวๆ ทุกคนไปสัมผัสกับ 5 จุดดำน้ำลึกที่สวยที่สุดในประเทศไทย ตั้งแต่ฝั่งอ่าวไทยไปจนถึงฝั่งอันดามัน พร้อมแนะนำไอเทม Ripcurl ที่จะช่วยให้ทุกคนสนุกกับการลงน้ำได้เต็มที่ ทั้งปลอดภัย สบายตัว และดูดีทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะเต่า เกาะสิมิลัน เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ หรือเกาะช้าง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปดำน้ำชมโลกใต้น้ำที่งดงามที่สุดของไทยกัน!
1. เกาะเต่า
เกาะเต่า เป็นจุดดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นหนึ่งในเกาะยอดนิยมในอ่าวไทยที่นักดำน้ำจากทั่วโลกต้องมาเยือน เพราะที่นี่มีน้ำทะเลใสราวกับคริสตัล และแนวปะการังที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ โดยเกาะเต่ามีลักษณะเป็นเกาะขนาดกลาง รายล้อมด้วยอ่าวเล็กอ่าวน้อยมากมาย เช่น อ่าวแม่หาด อ่าวฉลาม และอ่าวลึก ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความงดงามเฉพาะตัว และจุดเด่นของเกาะเต่า คือ การเป็น “โรงเรียนสอนดำน้ำระดับโลก” ที่มีศูนย์ฝึกดำน้ำมาตรฐานสากลจำนวนมาก เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการสอบใบรับรอง PADI หรือผู้ที่อยากฝึกดำน้ำลึกในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเป็นมิตร และจุดดำน้ำยอดนิยมนั้นก็จะมีหลากหลายจุด เช่น Chumphon Pinnacle และ Sail Rock ที่เป็นที่รู้จักกันดี เพราะสามารถพบปลาฉลามวาฬในบางฤดูกาล และช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการไปเกาะเต่าก็จะเป็นช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ทะเลสงบ น้ำใส และทัศนวิสัยใต้น้ำดีเยี่ยม เหมาะสำหรับทั้งนักดำน้ำมือใหม่ และนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ และที่สำคัญ คือ แนะนำให้สวมใส่ Ripcurl Wetsuit หรือ Ripcurl Rash Guard ในการดำน้ำลึก Scuba Diving ด้วย เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายระหว่างดำน้ำ และช่วยป้องกันแสงแดด รวมถึงแมงกะพรุนเล็กๆ หรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่อาจอยู่บริเวณผิวน้ำ
2. เกาะสิมิลัน
หมู่เกาะสิมิลัน เป็นจุดดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำที่ติดอันดับโลก ด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสสะอาด ทรายขาวละเอียด และแนวปะการังที่มีชีวิตชีวา โดยหมู่เกาะสิมิลันประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 9 เกาะ และแต่ละเกาะก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น เกาะแปดที่มี “หินเรือใบ” ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของที่นี่ นอกจากนั้นใต้ท้องทะเลของเกาะสิมิลันมีทั้งแนวปะการังแข็ง และปะการังอ่อนขนาดใหญ่ รวมถึงสัตว์ทะเลหายากต่างๆ เช่น เต่าทะเล ราหู และปลากระเบนยักษ์ จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายในฝันของนักดำน้ำทั่วโลก โดยเฉพาะจุดดำน้ำชื่อดังอย่าง East of Eden, Elephant Head Rock, และ Christmas Point ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากสีสันให้ได้ชื่นชมกันอย่างเต็มตา และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดำน้ำที่เกาะสิมิลันนั้นจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม เพราะทะเลเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และสภาพอากาศสงบ เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่ชอบการผจญภัย และการดำน้ำในระดับลึก และสำหรับการดำน้ำที่เกาะสิมิลันนั้นแนะนำให้สวมใส่ Ripcurl Wetsuit เพราะสามารถช่วยรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ดีแม้อยู่ในน้ำลึก
3. เกาะพีพี
เกาะพีพี เป็นจุดดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ และเป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพระดับโลก ด้วยภูเขาหินปูนที่โอบล้อมน้ำทะเลสีเขียวมรกต และแนวปะการังที่มีชีวิตชีวา ทำให้ที่นี่เหมาะเป็นอย่างมากทั้งสำหรับการดำน้ำลึก และดำน้ำตื้น และจุดเด่นของเกาะพีพี คือ “ความหลากหลายของโลกใต้ทะเล” เพราะว่าที่นี่มีทั้งแนวปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล และฝูงปลานับร้อยชนิด โดยเฉพาะจุดดำน้ำ Bida Nok และ Bida Nai ที่นักดำน้ำมักพบฉลามเสือดาว หรือปลากระเบนราหูในบางช่วงฤดูกาล นอกจากนี้ เกาะพีพียังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานทั้งการท่องเที่ยว และผจญภัยทางทะเลกับบรรยากาศพักผ่อนสุดชิลไว้ในทริปเดียวกัน และช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเที่ยว หรือดำน้ำลึก Scuba Diving ที่เกาะพีพีนั้นก็จะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่น และลมมีความสงบ น้ำใส และทัศนวิสัยดีเยี่ยม เหมาะกับทั้งนักดำน้ำมือใหม่ และนักดำน้ำที่ชอบถ่ายภาพใต้ทะเล และในทริปนี้ก็จะแนะนำให้พก Ripcurl Wetsuit เพื่อให้ทุกคนสามารถดำน้ำได้อย่างสบายตัว ไม่หนาวเย็น และเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว และ Ripcurl Towel Hoodie เพื่อใช้สำหรับใส่หลังดำน้ำ เพิ่มซับน้ำให้แห้ง สบายตัว และคล่องตัว พร้อมลุคสปอร์ตเท่สำหรับสายทะเลตัวจริง
4.เกาะหลีเป๊ะ
เกาะหลีเป๊ะ เป็นจุดดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และตั้งอยู่ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยเกาะหลีเป๊ะนั้นเป็นเกาะเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่า “มัลดีฟส์เมืองไทย” เพราะมีน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด และแนวปะการังที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง จึงสามารถดำน้ำได้ทั้งแบบตื้น และแบบลึก และใต้ท้องทะเลของเกาะหลีเป๊ะนั้นจะเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งปลาการ์ตูน ปะการังเจ็ดสี ดอกไม้ทะเล และปลาหลากชนิด ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักดำน้ำทั่วโลกอีกเช่นกัน และจุดดำน้ำที่เป็นที่นิยมก็จะมีหลากหลายจุด เช่น Stonehenge, Koh Yang, และ Honeycomb Reef ที่เหมาะกับทั้งมือใหม่ และนักดำน้ำมืออาชีพ และช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะก็จะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งเป็นฤดูที่ทะเลสงบ และน้ำใสที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบ หรือต้องการพักผ่อนพร้อมชมความงามของโลกใต้ทะเลแบบไม่รีบเร่ง และในทริปดำน้ำลึก Scuba Diving ที่นี่นั้นก็จะแนะนำให้เตรียม Ripcurl Wetsuit, Ripcurl Towel Hoodie และ Ripcurl Dry Bag เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการตะลุยใต้ท้องทะเล และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสบายตัวเมื่อขึ้นจากน้ำ
5. เกาะช้าง
เกาะช้าง เป็นจุดดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดตราด และเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากภูเก็ต โดยที่นี่นั้นจะมีความโดดเด่นด้วยภูเขา น้ำตก และหาดทรายขาวทอดยาว แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือ เกาะช้างยังเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำลึกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะจุดดำน้ำชมเรือรบหลวงช้าง (HTMS Chang Wreck) ที่กลายเป็นบ้านของฝูงปลา และปะการังจำนวนมาก ทำให้ที่เกาะช้างนั้นเหมาะกับนักดำน้ำทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงระดับมืออาชีพ และจุดเด่น คือ มีศูนย์ดำน้ำคุณภาพหลายแห่ง พร้อมครูผู้สอนที่มีใบรับรองระดับสากล ทำให้การดำน้ำที่นี่จึงทั้งปลอดภัย และได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดำน้ำที่เกาะช้างนั้นจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม เพราะทะเลสงบ น้ำใส และมีเรือให้บริการดำน้ำเต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย และสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง และในทริปดำน้ำลึก Scuba Diving ที่นี่นั้นแนะนำให้สวม Ripcurl Rash Vest เพื่อป้องกันแสงแดดระหว่างดำน้ำ และ Ripcurl Dry Bag สำหรับใส่อุปกรณ์ และเสื้อผ้าที่เปียกแยกออกจากของแห้งได้อย่างเป็นระเบียบ
6. แนะนำไอเทม Ripcurl ที่เหมาะกับการลงน้ำ ตอบโจทย์ทุกทริป ทุกกิจกรรม
สำหรับการไปดำน้ำลึก Scuba Diving หรือทำกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำตื้น เล่นเซิร์ฟ หรือพายเรือคายัค ล้วนต้องการการเตรียมตัวที่รอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า และอุปกรณ์กันน้ำ ที่จะช่วยให้ทุกคนเพลิดเพลินกับทุกกิจกรรมได้อย่างสบาย และปลอดภัย โดยเฉพาะไอเทมจาก Ripcurl หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำจากออสเตรเลียที่อยู่คู่กับนักเซิร์ฟ และนักดำน้ำมากว่าห้าทศวรรษ และเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมชุดดำน้ำ และอุปกรณ์ทางน้ำที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก
โดยสิ่งที่ทำให้ Ripcurl โดดเด่น คือ การผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย เช่น เนื้อผ้าที่แห้งไว กันรังสี UV ได้ดี และให้ความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้การเคลื่อนไหวในน้ำเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังคงรูปลักษณ์ที่ดูดีทั้งใน และนอกน้ำ และไม่ว่าหนุ่มๆ สาวๆ จะเป็นนักดำน้ำมือใหม่ที่อยากเปิดประสบการณ์ หรือเป็นสายเอ็กซ์ตรีมที่ชอบความท้าทายกลางทะเล Ripcurl ก็มีไอเทมที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การท่องเที่ยว ตั้งแต่ Rash Guard แขนยาวกัน UV, Wetsuit, กระเป๋ากันน้ำ, แว่นกันแดด, ไปจนถึง ผ้าเช็ดตัว Hoodie ที่ออกแบบให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ทั้งก่อน และหลังลงน้ำ ดังนั้น เราจะมาดูกันว่าแต่ละชิ้นมีจุดเด่นอย่างไร และทำไมถึงเป็นไอเทมที่สายทะเลไม่ควรพลาด
6.1 Rash guard แขนยาวกัน UV
Rash Guard หรือเสื้อกันรอยผิวจากการเสียดสี และแสงแดด ถือว่าเป็นเบสิคไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving จาก Ripcurl ของทุกคนที่ชอบทำกิจกรรมทางน้ำ โดยเฉพาะแบบแขนยาว เพราะว่าสามารถป้องกันรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสื้อ Rash Guard ของ Ripcurl นั้นส่วนใหญ่จะผลิตจากเนื้อผ้าแบบโพลีเอสเตอร์ และสแปนเด็กซ์คุณภาพสูง ที่ให้ความยืดหยุ่นดีเยี่ยม ระบายอากาศได้ดี และแห้งไวภายในไม่กี่นาทีหลังขึ้นจากน้ำ
โดยลักษณะเด่นของเสื้อ Rash guard แขนยาวกัน UV คือ การ “แนบกระชับกับร่างกาย” แต่ไม่ทำให้อึดอัด และสามารถช่วยลดแรงเสียดสีจากชุดดำน้ำ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ใต้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันแมงกะพรุนขนาดเล็ก หรือปะการังที่อาจระคายเคืองผิว นอกจากนี้ Ripcurl ยังใช้เทคโนโลยี UPF 50+ ที่สามารถกันรังสี UV ได้ถึง 98% ช่วยให้ผิวไม่ไหม้จากแดดระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ดังนั้น เสื้อ Rash Guard แขนยาวกัน UV จาก Ripcurl จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักดำน้ำลึก ผู้เล่นเซิร์ฟ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวทั่วไปที่อยากทำกิจกรรมทางน้ำ แต่ยังต้องการความคล่องตัว และความปลอดภัย ซึ่งทาง Ripcurl ก็มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ พร้อมสีสันที่โดดเด่นสไตล์ชายหาด ช่วยให้หนุ่มๆ สาวๆ สามารถสนุกกับทุกกิจกรรมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดด หรือผิวเสียจากน้ำทะเล
> ดูสินค้า Rash guard แขนยาวกัน UV เพิ่มเติม คลิก ที่นี่
6.2 Wetsuit
Wetsuit เป็นไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving จาก Ripcurl ที่มาในรูปแบบของชุดดำน้ำที่ออกแบบมาเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายขณะอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะเมื่อต้องดำน้ำในทะเลลึก หรือน้ำเย็น โดยชุดดำน้ำนั้นจะผลิตมาจากวัสดุที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น ทนทาน และสามารถกักเก็บอุณหภูมิได้ดี อีกทั้ง Ripcurl ยังถือเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีชุด Wetsuit ด้วยนวัตกรรมอย่าง E5 Flash Lining ที่แห้งไวที่สุดในโลก และ Sealed Seams ที่ป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยลักษณะของ Wetsuit จะกระชับแนบกับร่างกาย เพื่อให้มีน้ำเพียงชั้นบางๆ ซึมเข้าไป ระหว่างนั้นร่างกายจะอุ่นน้ำเล็กน้อยจนเกิดเป็นชั้นป้องกันความเย็น ช่วยให้นักดำน้ำอยู่ใต้น้ำได้นานขึ้นโดยไม่หนาวเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากหิน ปะการัง หรือสัตว์ทะเลขนาดเล็กได้ดี ทำให้เหมาะกับทั้งนักดำน้ำมืออาชีพ นักเซิร์ฟ หรือผู้ที่ทำกิจกรรมในทะเลลึก เพราะว่าการใส่ Wetsuit ที่พอดีตัวนั้นจะช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวก ปลอดภัย และสนุกกับการดำน้ำได้อย่างเต็มที่
> ดูสินค้า Wetsuit เพิ่มเติม คลิก ที่นี่
6.3 กระเป๋ากันน้ำ
กระเป๋ากันน้ำ หรือ Dry Bag เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ในทุกทริปทะเล เพราะช่วยป้องกันสิ่งของมีค่าอย่างโทรศัพท์ กล้อง หรือเสื้อผ้า จากน้ำและความชื้น โดยไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving จาก Ripcurl อย่างกระเป๋ากันน้ำนั้นก็ได้มีการออกแบบด้วยการใช้วัสดุ PVC เคลือบกันน้ำคุณภาพสูง พร้อมเทคนิคการซีลแบบม้วนปากถุง (Roll-Top Closure) ที่ป้องกันน้ำรั่วซึมได้อย่างแน่นหนา
โดยลักษณะของกระเป๋าจะมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง พกพาสะดวก มีหลายขนาดตั้งแต่ 5 ลิตร ไปจนถึง 30 ลิตร เหมาะสำหรับใส่ของจำเป็นในแต่ละทริป เช่น เสื้อผ้า กล้อง GoPro หรืออุปกรณ์ดำน้ำขนาดเล็ก และจุดเด่นของ Ripcurl Dry Bag คือ มีสายสะพายที่ปรับระดับได้ และผิววัสดุที่ทนแดด และน้ำเค็ม ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ดูเหมือนใหม่ ที่ไม่ว่าจะอยู่บนเรือ เดินทางระหว่างเกาะ หรือเล่นกิจกรรมชายหาด กระเป๋ากันน้ำ Ripcurl ก็จะช่วยให้ของทุกชิ้นปลอดภัยจากความเปียก และทราย เหมาะกับทั้งนักดำน้ำ นักท่องเที่ยว และผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางกลางแจ้ง และถือว่าเป็นไอเทมที่ “คุ้มค่า และควรมี” ติดตัวในทุกทริปทางน้ำ
> ดูสินค้า กระเป๋ากันน้ำ เพิ่มเติม คลิก ที่นี่
6.4 ผ้าเช็ดตัว Hoodie
ผ้าเช็ดตัว Hoodie เป็นไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving จาก Ripcurl ที่มาในรูปแบบของผ้าเช็ดตัวแบบสวมศีรษะที่ได้รับความนิยมมากในหมู่นักเซิร์ฟ และนักดำน้ำ เพราะช่วยให้เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือเช็ดตัวหลังขึ้นจากน้ำได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และทาง Ripcurl ก็ได้ออกแบบผ้าเช็ดตัว Hoodie จากผ้าฝ้ายเทอร์รี่คุณภาพสูงที่ให้ความนุ่ม ซับน้ำได้ดี และแห้งไว
โดยลักษณะของผ้าเช็ดตัวชนิดนี้จะคล้ายเสื้อคลุม มีฮู้ดคลุมศีรษะ และช่องแขนกว้าง ช่วยป้องกันลมเย็นหลังดำน้ำได้ดี อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบนชายหาด และจุดเด่นของผ้าเช็ดตัว Hoodie จาก Ripcurl รุ่นนี้ คือ การออกแบบให้มีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และมีสีสันที่ดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
ดังนั้น ผ้าเช็ดตัว Hoodie จึงเป็นไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving จาก Ripcurl ที่เหมาะกับทั้งนักดำน้ำ นักเซิร์ฟ และนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการความสะดวกสบายหลังทำกิจกรรมทางน้ำ และเป็นไอเทมที่ตอบโจทย์ทั้ง “ฟังก์ชัน และแฟชั่น” ได้อย่างลงตัว ทำให้ Ripcurl Hooded Towel กลายเป็นของคู่ใจที่หลายคนต้องมีติดกระเป๋าเวลาไปทะเล
> ดูสินค้า ผ้าเช็ดตัว Hoodie เพิ่มเติม คลิก ที่นี่
6.5 แว่นกันแดด
แว่นกันแดด เป็นไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์เท่ แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานกลางแจ้งอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกิจกรรมทางทะเลที่ต้องเผชิญกับแสงแดดแรง และแสงสะท้อนจากผิวน้ำ โดยส่วนใหญ่ตัวเลนส์นั้นจะผลิตจากวัสดุโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง ที่มีความทนทานต่อแรงกระแทก และผ่านการเคลือบกันรังสี UV400 ช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ถึง 100%
โดยมีลักษณะเด่น คือ เลนส์แบบ Polarized ที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากผิวน้ำ ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องอยู่กลางทะเล หรือชายหาดเป็นเวลานาน นอกจากนี้กรอบแว่นยังผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบา และกันน้ำได้ ไม่เป็นสนิม หรือกรอบเปราะง่าย
ดังนั้น แว่นกันแดด จึงเป็นไอเทมในการดำน้ำลึก Scuba Diving ที่ไม่ใช่แค่เครื่องประดับเสริมลุค แต่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตา และเพิ่มความสบายในการมองเห็น ไม่ว่าจะอยู่บนเรือ ดำน้ำเสร็จใหม่ๆ หรือเดินเล่นชายหาด ก็จะได้ลุคเท่ และปลอดภัยตลอดวัน เหมาะกับทั้งชาย และหญิงที่รักการทำกิจกรรมกลางแจ้ง