ถ้าหากพูดถึงชุดว่ายน้ำนั้นสาวๆ หลายๆ คนอาจจะสับสนว่าระหว่าง Beachwear และ Swimwear นั้นเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับการแต่งตัวไปทะเลเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วหน้าที่ จุดประสงค์ในการใช้งาน รวมถึงดีเทลของการออกแบบต่างกันมาก ซึ่งการเลือกให้ถูกประเภทนั้นจะช่วยให้สาวๆ สามารถสวมใส่ และสนุกกับทะเลได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องคอยระวังชุดหลุด ชุดโป๊ หรืออึดอัดเวลาลงน้ำ


โดยสำหรับ Swimwear นั้นเป็นชุดสำหรับ “ลงน้ำจริง” ไม่ว่าจะว่ายน้ำ เล่นน้ำทะเล หรือทำกิจกรรมที่ต้องโดนน้ำทั้งตัว เพราะจุดเด่นของ Swimwear คือ วัสดุที่แห้งไว กระชับร่างกาย และทนต่อคลื่นลมแรง ออกแบบมาเพื่อให้เคลื่อนไหวง่าย ไม่หลุดง่าย ช่วยให้สนุกกับกิจกรรมได้เต็มที่โดยไม่ต้องคอยจับชุดอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ Beachwear เป็นชุดสำหรับใส่เดินเล่น ถ่ายรูป นั่งชิล หรือทำกิจกรรมเบาๆ บนชายหาดมากกว่า เช่น ชุดคลุม บิกินีแมตช์กับกางเกงขาสั้น เสื้อสายเดี่ยวผ้าบาง หรือเดรสลายดอก ที่มีจุดเด่น คือ สวย ใส่สบาย ระบายอากาศดี แต่ไม่ได้ถูกออกแบบให้ลงน้ำ หรือรับแรงกระแทกมากนัก


นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งประเภทที่หลายคนไม่รู้ว่าแตกต่างจากสองสไตล์ข้างต้น นั่นคือ Surfwear ซึ่งเหมาะสำหรับสายลุยที่ต้องการทำกิจกรรมหนัก เช่น เซิร์ฟโต้คลื่น เล่น SUP หรือดำน้ำตื้นแบบจริงจัง โดยชุดประเภทนี้จะเน้นความกระชับสูงสุด เสริมความยืดหยุ่น และป้องกันการเสียดสีของผิวกับกระดานเซิร์ฟ ช่วยให้สาวๆ สามารถลุยได้แบบไม่ต้องกังวล


ดังนั้น ถ้าหากสาวๆ ต้องการไปทะเลแบบครบจบตั้งแต่เดินเล่นไปจนถึงลงน้ำจริง ควรแยกประเภทชุดให้ถูกต้อง Beachwear สำหรับการเดินเล่นสวยๆ Swimwear สำหรับลงน้ำ และ Surfwear สำหรับกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีม การเลือกให้ถูกประเภทไม่เพียงทำให้ใส่สบาย แต่ยังช่วยให้เคลื่อนไหวคล่องตัว ปลอดภัย และมั่นใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สาวๆ สามารถเลือกชุดที่เข้ากับสไตล์ และบุคลิกของตัวเองได้เสมอ เพราะปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ ออกแบบชุดเหล่านี้ให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และคุณภาพ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่อย่างแท้จริง

1. ความแตกต่างระหว่าง Beachwear, Swimwear และ surfwear ที่ Ripcurl มีให้ครบ

สำหรับสาวๆ หลายคนอาจคิดว่าชุดสำหรับไปทะเล คือ “บิกินี หรือชุดว่ายน้ำ” เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วการแต่งตัวสำหรับกิจกรรมทะเลแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ Beachwear, Swimwear และ Surfwear ซึ่งแต่ละแบบมีความแตกต่างทั้งในเรื่องของวัตถุประสงค์การใช้งาน วัสดุ ดีไซน์ และระดับความคล่องตัวที่ให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง Ripcurl หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำด้าน Surf Lifestyle ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ทะเลทุกมุม จึงมีตัวเลือกครบครันสำหรับทุกกิจกรรม และชุดแต่ละแบบนั้นก็จะมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้


  • Beachwear เป็นชุดสำหรับใส่เดินเล่นบนชายหาด นั่งชิล จิบเครื่องดื่ม ถ่ายรูป หรือทำกิจกรรมที่ไม่ได้ต้องโดนน้ำอย่างจริงจัง และจุดเด่นของ Beachwear คือ ความสวยงาม ดีไซน์เนี้ยบ เนื้อผ้าบางเบา ระบายอากาศได้ดี และสวมใส่สบาย ไม่ว่าจะเป็นชุดคลุม ชุดเดรสผ้าพลิ้ว กางเกงผ้าสบายๆ หรือเสื้อสายเดี่ยวที่สวมทับชุดว่ายน้ำได้อย่างลงตัว ข้อดี คือ ได้ลุคสวยแบบ effortless แต่ข้อจำกัด คือ ไม่เหมาะกับการลงน้ำหรือเล่นกิจกรรมแรงๆ เพราะอาจหลุด หรือหนักน้ำได้ง่าย
  • Swimwear เป็นชุดที่ออกแบบมาสำหรับลงน้ำโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวันชิลๆ แบบว่ายน้ำเบาๆ หรือเล่นในโซนน้ำทะเลทั่วไป และวัสดุส่วนใหญ่เป็นผ้าไลคร่า เน้นความยืดหยุ่น กระชับ และแห้งไว เพื่อให้เคลื่อนไหวง่าย และสวมใส่สบายเมื่อเปียก และชุดประเภทนี้รวมถึงบิกินี วันพีซ หรือ Rash Guard ที่เน้นการปกป้องผิว ทำให้มีข้อดีตรงที่ให้ความมั่นใจเวลาลงน้ำ แต่ก็อาจยังไม่กระชับพอสำหรับกิจกรรมหนัก เช่น เซิร์ฟ หรือเล่นบอร์ด เป็นต้น
  • Surfwear เป็นชุดระดับโปร สำหรับสายลุยออกทะเลแบบจริงจัง โดยเฉพาะสาวๆ สายกิจกรรมอย่าง Surf, SUP หรือกิจกรรมที่ต้องรับแรงกระแทก น้ำหนักคลื่น และต้องการการเคลื่อนไหวสูง ซึ่งวัสดุของ Surfwear จะทนทานกว่า swimwear และส่วนใหญ่ะจะเน้นการปกป้องผิวจากการเสียดสี ยึดเกาะกับร่างกายดีเยี่ยม และให้ฟังก์ชันที่รองรับการออกกำลังกายบนผิวน้ำ เช่น ซิปหลัง เนื้อผ้าไม่อุ้มน้ำ สามารถกันรังสียูวีได้ หรือการเย็บเสริมความแข็งแรง เป็นต้น

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า Beachwear ผู้หญิงเป็นชุดว่ายน้ำที่เน้นความสวย และสบาย, Swimwear เน้นการใช้งานในน้ำทั่วไป และ Surfwear เน้นประสิทธิภาพสำหรับกิจกรรมหนัก และถ้าหากสาวๆ ต้องการครบทุกลุค ไม่ว่าจะแบบชิลๆ หรือไปลุย ทาง Ripcurl ก็มีให้เลือกตั้งแต่ชุดคลุมชายหาด ชุดว่ายน้ำดีไซน์สวย ไปจนถึง Surfwear ที่ใช้งานได้จริงแบบมืออาชีพ ช่วยให้สาวๆ สนุกกับทะเลได้แบบครบสไตล์ในที่เดียว

2. เดินเล่น ถ่ายรูป เล่นบอร์ด ดำน้ำ แต่ละกิจกรรมควรเลือกใส่ Beachwear อะไร?

เมื่อไปทะเลนั้นสาวๆ หลายคนอาจคิดว่าใส่อะไรก็ได้เพราะยังไงก็เปียกน้ำอยู่ดี แต่ความจริงแล้ว “แต่ละกิจกรรม” ต้องใช้ชุดที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องความกระชับ ความคล่องตัว การรองรับสรีระ ไปจนถึงเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเลือกชุดได้เหมาะกับกิจกรรมมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้รู้สึกสบาย เคลื่อนไหวง่าย และเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเดินเล่นชิลๆ ถ่ายภาพสุดชิค เล่นบอร์ดสุดมัน หรือดำน้ำชมปะการัง การรู้ว่าแต่ละแบบควรใส่อะไรก็จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ทะเลให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละกิจกรรมนั้นควรเลือกใส่ Beahwear แบบต่างๆ ดังนี้

2.1 เดินเล่นริมชายหาด

สำหรับกิจกรรมเดินเล่นบนชายหาดนั้นจะเน้นความสบายเป็นหลัก และชุดที่เหมาะควรเป็น Beachwear ผู้หญิงที่ระบายอากาศดี และไม่แน่นเกินไป เช่น ชุดวันพีซ หรือทูพีซที่ใส่ง่าย คลุมทับด้วยเสื้อคลุมชายหาดผ้าบางอย่างคาฟตัน หรือคาร์ดิแกนผ้าลินิน ที่ช่วยกันแดดเบาๆ และเพิ่มความพริ้วเวลาลมทะเลพัด ทำให้ดูมีภาพลักษณ์สวยเป็นธรรมชาติ และการเลือกเนื้อผ้าที่แห้งเร็วจะช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อโดนละอองน้ำทะเล และส่วนคนที่อยากได้ลุคแฟชั่นขึ้นมาหน่อย ก็สามารถใส่กางเกงผ้าพลิ้ว หรือกระโปรงชายหาดร่วมกับบิกินี่ท่อนบน ก็ช่วยให้ดูสบายแต่ยังมีสไตล์

2.2 ถ่ายรูป Beach Photoshoot

สำหรับการถ่ายรูปนั้นส่วนใหญ่สาวๆ จะต้องการชุดที่มีคาแรกเตอร์ชัด เพราะ Beachwear สามารถช่วยเสริมภาพให้ดูมีมิติ และโดดเด่นขึ้นได้ ด้วยการเลือกโทนสีตัดกับสีทะเล เช่น ขาว ดำ แดง เหลือง หรือพาสเทล จะทำให้ตัวของสาวๆ นั้นมีความโดดเด่นกว่าพื้นหลัง ขณะเดียวกันควรเลือกชุดที่มีรายละเอียดต่างๆ เสริมด้วย เช่น โบว์ ผ่าข้าง สายไขว้ หรือคัตติ้งที่มีความประณีต เพื่อให้ภาพออกมาดูเรียบแต่สวย และที่สำคัญ คือ ควรคำนึงถึง “ความมั่นคงของชุด” ด้วย เพราะเวลาถ่ายรูปอาจต้องปีนขึ้นหิน นั่ง โพสท่า หรือโดนลมแรง ชุดต้องไม่หลุด หรือเคลื่อนง่ายเกินไป ดังนั้น สาวๆ จึงควรเลือกทรงกระชับพอดีตัว และถ้าหากอยากเพิ่มลูกเล่นอาจใช้พร็อพ เช่น ผ้าคลุมปลิว หมวกปีกกว้าง หรือแว่นตาลำลอง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้ภาพถ่ายได้

2.3 เล่นบอร์ด หรือทำกิจกรรมทางน้ำ

สำหรับการเล่นบอร์ดนั้นเป็นกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งพาย ขึ้นบอร์ด ลื่น หรือลงน้ำ ดังนั้น สาวๆ จะต้องเลือกชุดที่มีคุณสมบัติสามารถยึดเกาะกับร่างกายได้ดี ไม่หลุดง่าย และช่วยป้องกันการเสียดสี และชุด Beachwear ผู้หญิงที่เหมาะที่สุด คือ rash guard หรือ wetsuit ที่กระชับตัว ช่วยป้องกันทั้งแดด และผิวจากแผ่นบอร์ด นอกจากนั้นการใส่กางเกง Boardshorts สำหรับผู้หญิงก็กำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะเพิ่มความคล่องตัว และกันการลื่นไถลได้ดี และสำหรับสาวๆ ที่ทำกิจกรรมทางน้ำเป็นเวลานานควรใช้ผ้าที่มี UPF ช่วยกันรังสี UV และแบบที่มีซับใน เพื่อให้รู้สึกมั่นใจโดยไม่ต้องคอยจับชุดให้เข้าที่ตลอดเวลา

2.4 ดำน้ำตื้น หรือดำน้ำลึก

สำหรับการดำน้ำเป็นกิจกรรมที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนความสวยงาม และชุดที่เหมาะที่สุด คือ wetsuit เพราะเป็นชุดที่สามารถช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกาย ป้องกันการบาด หรือขีดข่วนจากปะการังได้ดี รวมถึงลดการสัมผัสกับแมงกะพรุน หรือสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และสำหรับการดำน้ำตื้นในน้ำอุ่น สามารถเลือกชุดที่มีความบาง และเบาได้ เพื่อให้ว่ายน้ำได้ง่าย ไม่หนักตัว แต่สำหรับการดำน้ำลึกควรใช้ wetsuit ที่มีความหนา เพื่อป้องกันความเย็น และรักษาอุณหภูมิร่างกายได้ดี และในขณะเดียวกันควรเลือกรูปทรงชุดที่พอดีตัว เพราะถ้าหากหลวมเกินไปจะทำให้เกิดแรงต้านน้ำ และว่ายยากขึ้น


ดังนั้น ในแต่ละกิจกรรมมีความต่างทั้งเรื่องการเคลื่อนไหว ความปลอดภัย และความคล่องตัว การเลือก Beachwear ให้เหมาะจึงทำให้สาวๆ สามารถทำกิจกรรมได้อย่างสนุกขึ้น มั่นใจขึ้น และยังช่วยให้ชุดไม่เสียทรง หรือสร้างอาการระคายเคืองเวลาทำกิจกรรมต่างๆ และเมื่อสาวๆ เข้าใจแล้วว่าควรใส่แบบไหนในสถานการณ์ใด ก็สามารถเตรียมชุดไปทะเลได้แบบมืออาชีพ และมีสไตล์มากขึ้นได้ในทุกทริป

3. รีวิวชุด Beachwear จากสาวๆ ผู้ใช้จริงจาก Ripcurl ที่ใส่แล้วมั่นใจ ไม่โป๊ กันแดดได้

สำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหา Beachwear ผู้หญิงคุณภาพพรีเมียมในราคาสบายกระเป๋า ดีไซน์แบบ Timeless มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การทำกิจกรรมทางน้ำทุกรูปแบบ ซื้อครั้งเดียวใส่ได้นาน ต้องห้ามพลาด Beachwear จาก Ripcurl ที่การันตีด้วยรีวิวจากสาวๆ ที่สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Official ของ Ripcurl จริง แบบไม่มีสปอนเซอร์ ตรงปก ได้รับสินค้าเร็ว คุณภาพสมคำร่ำลือ ที่ช่วยให้สาวๆ ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น ดังนี้


  • K. b*****8 (Shopee) : คุณภาพดีสมราคา ร้านส่งของรวดเร็ว ผ้านุ่มลื่น ใส่สบาย สีจริงสวยมากกก ให้ห้าดาวไปเลย แนะนำให้ซื้อ
  • K. p*****b (Shopee) : เนื้อผ้าดี ยืดหยุ่นได้ ได้รับสินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ครบถ้วน ราคาไม่แพง จัดส่งรวดเร็วมากวันรุ่งขึ้นได้ของแล้วใช้โค้ดส่วนลดของ Shopee ลดราคาได้อีก
  • K. nara9526 (Shopee) : ได้รับสินค้าแล้วค่ะ สินค้าสวย สินค้าตรงปก สินค้าไม่เสียหายใดใด ได้รับสินค้าครบตามจำนวนที่กดสั่งซื้อ ขนส่ง ส่งรวดเร็วดีค่ะ ถูกใจใช่เลย
  • K. o*****s (Shopee) : จัดส่งรวดเร็ว ราคา ที่ได้มา ถือว่าคุ้มค่ามากๆจากราคาป้าย สินค้ามีคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาและคำอธิบายในการใช้งานอย่างละเอียด
  • K. a*****6 (Shopee) : ได้รับสินค้าถูกต้องตามสีและไซส์ที่สั่งไป ร้านค้าแพค และจัดส่งเร็วมาก ราคาไม่แพง เนื้อผ้าใส่สบาย
  • K. q1797txn_k (Shopee) : ได้รับสินค้า เรียบร้อยแล้วค่ะ ทางร้านส่งไว แพ็คมาอย่างดี ไม่เสียหาย ขนส่งโทรบอกก่อนมาส่งด้วย บริการดีมากค่ะ แล้วจะมาอุดหนุนสินค้าอีกนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
  • K. j*****i (Shopee) : ร้านส่งสินค้าเร็วมากกกกก คุณภาพของสินค้าดีมาก ความคุ้มค่าดีมาก ความเร็วในการจัดส่งดีมาก การให้บริการจากบริษัทขนส่งดีมาก สินค้าได้ตรงตามที่ต้องการ

4. วิธีเลือก Beachwear ตามสัดส่วนร่างกายแบบง่ายๆ หยิบมาใส่ก็เป๊ะทุกทริป

สำหรับการเลือกชุด Beachwear ผู้หญิงให้สวย เป๊ะ และเสริมรูปร่างไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากเข้าใจลักษณะสัดส่วนของตัวเอง และรู้ว่าควรดึงจุดเด่นตรงไหน รวมถึงลดทอนส่วนไหนให้กลมกลืน เพราะทุกครั้งที่ไปทะเลนั้นหลายๆ คนอาจเจอปัญหาว่าใส่ชุดบางแบบแล้วไม่มั่นใจ บางแบบพอใส่จริงแล้วกลับไม่เข้ากับรูปร่าง หรือดูเทอะทะเกินไป ซึ่งแท้จริงแล้ว Beachwear สามารถเลือกอย่างมีหลักการได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคัตติ้ง เนื้อผ้า โทนสี หรือดีเทลต่างๆ และถ้าหากเข้าใจหลักการเลือกตามรูปร่าง ก็จะทำให้สาวๆ หยิบชุดไหนมาก็เข้ารูป ดูบาลานซ์ และเสริมเสน่ห์เฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ คือ Beachwear ผู้หญิงสมัยนี้มีหลากหลายดีไซน์ และการรู้ว่า “รูปร่างแบบไหนควรใส่อะไร” ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของลุคที่มั่นใจที่สุดบนชายหาด ซึ่งวิธีการเลือก Beachwear ตามสัดส่วนร่างกายแบบง่ายๆ นั้นมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

4.1 หุ่นนาฬิกาทราย

สำหรับสาวๆ ที่มีหุ่นนาฬิกาทราย คือ หุ่นที่ใครหลายๆ คนอยากมี เพราะมีสัดส่วนบน-ล่างเท่ากัน และมีช่วงเอวชัดเจน และการเลือก Beachwear สำหรับหุ่นนี้ถือว่าได้เปรียบ เนื่องจากสามารถใส่ได้หลายแบบโดยไม่ทำให้สเกลร่างกายเสียสมดุล และจุดที่ควรเน้น คือ “ช่วงเอว” ควรเลือกชุดที่มีดีไซน์รัดช่วงเอว หรือชุดที่มีสายผูก หรือแถบคาดบริเวณลำตัว เพราะช่วยทำให้ส่วนเว้าชัดขึ้น ถึงแม้จะใส่ชุดคลุมทับก็ดูโดดเด่น หรือจะเป็นชุดที่มีการคัตเอาท์ตรงเอวเล็กน้อยจะช่วยขับสัดส่วนให้ดูเซ็กซี่มากขึ้น และเนื้อผ้าควรเป็นแบบยืดกระชับ เพื่อเก็บรูปทรงให้เนียน และพอดีตัว หลีกเลี่ยงการสวมใส่ Beachwear ทรงหลวมทั้งตัว เพราะจะทำให้หุ่นดูตัน และสัดส่วนเว้าโค้งหายไป

4.2 หุ่นลูกแพร์

สำหรับสาวๆ ที่มีหุ่นลูกแพร์นั้นมีจุดเด่น คือ ช่วงสะโพก และต้นขาที่กว้างกว่าช่วงไหล่ และหน้าอก ทำให้การเลือก Beachwear นั้นควรคำนึงถึงการสร้างสมดุลให้ส่วนบนดูกว้างขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ภาพรวมดูบาลานซ์มากกว่าเดิม และตัวเลือกที่ดี คือ บิกินี่แบบมีดีเทลบริเวณหน้าอก เช่น โบว์ระบาย ฟริลล์ หรือผ้าที่มีลวดลายบนท่อนบน ส่วนท่อนล่างควรเลือกแบบเรียบ สีทึบ หรือคัตติ้งที่กระชับพอดีไม่เพิ่มวอลลุ่ม เช่น เอวสูง หรือทรงสปอร์ตที่รองรับช่วงสะโพก หรือชุดวันพีซที่มีลายเน้นด้านบน และสีเข้มด้านล่างก็ช่วยได้ดี และในกรณีที่ต้องการพรางสะโพก ก็สามารถใส่กระโปรงชายหาดทรง A-line ผ้าพริ้วบาง ช่วยลดความโดดเด่นบริเวณช่วงล่างโดยยังดูสวยเป็นธรรมชาติ

4.3 หุ่นแอปเปิ้ล หรือทรงตัว V

สำหรับสาวๆ ที่มีหุ่นทรงแอปเปิ้ลนั้นจะมีหุ่นคล้ายสามเหลี่ยมหัวกลับ คือ มีไหล่กว้าง แต่ช่วงสะโพกเล็ก ทำให้การเลือก Beachwear สำหรับหุ่นแบบนี้ คือ การลดความโดดเด่นของช่วงบน และเพิ่มมิติให้ช่วงล่าง เพื่อให้สัดส่วนดูสมดุลขึ้น และควรเลือกบิกินี่ที่ท่อนล่างมีสีสด หรือมีลวดลาย เพื่อดึงสายตาลงล่าง ในขณะที่ท่อนบนควรเรียบง่าย เช่น คอวี หรือคอปาด เพื่อช่วยลดความหนาของช่วงไหล่ได้ดี หลีกเลี่ยงสายแบบคล้องคอ เพราะยิ่งทำให้ไหล่ดูกว้างขึ้น หรือจะเป็นชุดวันพีซแบบคัตเอาท์ด้านล่าง หรือมีดีไซน์ช่วงสะโพกจะช่วยสร้างความบาลานซ์ได้มาก หรือถ้าหากสาวๆ ที่ต้องการพรางหน้าท้องเล็กน้อยสามารถเลือกชุดที่มีจีบ หรือการรูดชายผ้าเพื่อทำให้ลุคดูเนียนตามากขึ้นได้

4.4 หุ่นตรง หรือหุ่นนักกีฬา

สำหรับจุดเด่นของสาวๆ ที่มีหุ่นตรง คือ ช่วงไหล่ เอว และสะโพกมีขนาดใกล้เคียงกัน ทำให้ดูเรียบ หรือแบนราบ ทำให้การเลือก Beachwear ควรมุ่งสร้างความโค้งเว้าให้กับลำตัว เช่น ชุดบิกินี่แบบคัตเอาท์ ชุดที่มีผูกด้านข้าง หรือแบบที่มีฟองน้ำเสริมทรง รวมถึงชุดที่มีดีเทลระบายทั้งบน และล่าง เพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ลุคดูหวานขึ้น หรือลายแนวทแยง หรือแถบเฉียง ช่วยทำให้ดูมีเอวมากขึ้น และรูปร่างดูกลมกลืนกว่าเดิม

4.5 หุ่นอกเล็ก หรือทรง Petite Bust

สำหรับสาวๆ ที่เป็นคนอกเล็กสามารถสนุกกับการเลือกสวมใส่ Beachwear บิกินี่แบบลายเยอะๆ หรือดีเทลบนหน้าอกได้มากกว่าหุ่นแบบอื่นๆ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องความอึดอัด หรือเน้นหน้าอกเกินไป และควรเลือกชุดที่มีฟองน้ำเสริมเล็กน้อย หรือแบบทรงสามเหลี่ยมที่ผูกคอ เพิ่มรูปทรงให้หน้าอกดูเต็มขึ้น รวมถึงเลือกเป็นโทนสีสว่าง โทนอ่อน ลายดอก ลายกราฟิก ช่วยเพิ่มมิติได้ดี และถ้าหากเป็นวันพีซควรเลือกแบบคัตติ้งลึก หรือแบบผ่าหน้า เพื่อสร้างสัดส่วนให้ดูมีรูปทรง

4.6 หุ่นอกใหญ่ หรือ Full Bust และ Curvy

สำหรับสาวๆ ที่มีหุ่นอกใหญ่นั้นจะต้องให้ความสำคัญกับการซัพพอร์ตเป็นพิเศษ ด้วยการเลือก Beachwear บิกินี่ที่มีโครง ใต้อกแน่น และสายรัดไหล่กว้าง เพื่อรองรับน้ำหนัก และป้องกันการไหลหลุด หรือเลือกเป็นทรงคอวีที่เป็นทรงที่ช่วยทำให้ช่วงบนดูบาลานซ์ที่สุด ไม่แบน และไม่พองจนเกินไป หลีกเลี่ยงสายผูกคอที่บาง หรือชุดแบบไม่มีโครงเพราะจะทำให้รู้สึกไม่มั่นคง หรือหลุดได้ง่าย หรือจะเลือกเป็นชุดวันพีซแบบกระชับทรง หรือแบบทรงสปอร์ตจะทำให้เคลื่อนไหวอย่างมั่นใจมากขึ้น และถ้าหากต้องการพรางช่วงบนให้ดูเบาลง สามารถเลือกสีเข้ม หรือดีไซน์แบบมินิมอลที่มีความเรียบง่ายแต่ยังดูหรูหรา


ดังนั้น การเลือก Beachwear ให้เข้ากับรูปร่างไม่ใช่เรื่องของแฟชั่นเท่านั้น แต่เป็นการเลือกเพื่อความมั่นใจ และความสบายของร่างกายในระหว่างกิจกรรม เมื่อรู้ว่าหุ่นตัวเองเหมาะกับทรงไหน จะทำให้ทุกการหยิบชุดมาใส่ง่ายขึ้น และไม่ต้องกังวลว่าจะใส่แล้วไม่สวย ทำให้ชุดออกมาดูดีมีสไตล์ และเป๊ะทุกทริปทะเล

5. เลือกชุด Beachwear ที่ใช่ ไปตะลุยทะเลที่ชอบจาก Ripcurl Thailand ได้แล้ว วันนี้! คลิก ที่นี่


พฤศจิกายน 28, 2025 — Rip Curl Thailand