เมื่อต้องออกไปเที่ยวทะเล เล่นเซิร์ฟ พาย SUP ดำน้ำตื้น หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน การทาครีมกันแดดเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะดวกเสมอไป โดยเฉพาะบริเวณแผ่นหลัง หัวไหล่ แขน และลำตัวที่ต้องสัมผัสแสงแดดต่อเนื่อง หลายคนจึงเริ่มมองหาเสื้อที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต พร้อมตั้งคำถามว่า UPF 50 คืออะไร แตกต่างจากค่า SPF บนผลิตภัณฑ์กันแดดหรือไม่ และตัวเลข 50 สามารถช่วยลดรังสี UV ที่ผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้มากแค่ไหน
คำตอบเบื้องต้นคือ ค่า UPF ใช้แสดงประสิทธิภาพของเสื้อผ้าหรือเนื้อผ้าในการลดปริมาณรังสี UVA และ UVB ที่สามารถผ่านเนื้อผ้าไปถึงผิวหนังได้ โดย เสื้อ UPF 50 จะยอมให้รังสี UV ผ่านได้ประมาณ 1 ใน 50 หรือประมาณ 2% และลดรังสีที่ผ่านเนื้อผ้าได้ประมาณ 98% อย่างไรก็ตาม เสื้อกันแดดไม่ควรใช้แทนมาตรการป้องกันแดดทุกอย่าง ผู้สวมใส่ยังควรใช้ครีมกันแดดบริเวณผิวที่เสื้อปกปิดไม่ถึง สวมหมวกและแว่นกันแดด รวมถึงหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดเมื่อสามารถทำได้
1. ค่า UPF 50 คืออะไร
UPF 50 คือค่าที่บอกว่าเนื้อผ้าสามารถจำกัดปริมาณรังสีอัลตราไวโอเลตที่ผ่านไปถึงผิวได้มากเพียงใด คำว่า UPF ย่อมาจาก Ultraviolet Protection Factor หรือค่าป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตของวัสดุและเสื้อผ้า ตัวเลขที่สูงขึ้นหมายถึงรังสี UV สามารถผ่านเนื้อผ้าได้น้อยลง โดย ARPANSA จัดให้ระดับ UPF 50 และ 50+ อยู่ในกลุ่มที่ให้การปกป้องระดับ “Excellent Protection” หรือการปกป้องที่ดีเยี่ยม
หากอธิบายแบบง่ายที่สุด เสื้อที่ระบุค่า UPF 50 จะยอมให้รังสี UV ผ่านเนื้อผ้าไปถึงผิวประมาณ 1 ใน 50 ของรังสีที่ตกกระทบ หรือประมาณ 2% เท่ากับว่าช่วยลดรังสี UV ที่ผ่านเนื้อผ้าได้ประมาณ 98% ค่านี้ครอบคลุมการประเมินทั้งรังสี UVA และ UVB จึงเหมาะกับการใช้พิจารณาเสื้อผ้าสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมทางน้ำที่ต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
1.1 ค่า UPF คืออะไร และตัวเลขแต่ละระดับหมายถึงอะไร
ผู้ที่สงสัยว่า ค่า UPF คืออะไร ควรเข้าใจก่อนว่าตัวเลขไม่ได้แสดงระยะเวลาที่สามารถอยู่กลางแดดได้ แต่แสดงสัดส่วนของรังสี UV ที่สามารถผ่านวัสดุ ตัวอย่างเช่น UPF 20 หมายความว่ามีรังสีประมาณ 1 ใน 20 ผ่านเนื้อผ้า ส่วน UPF 50 หมายความว่ามีรังสีประมาณ 1 ใน 50 ผ่านเนื้อผ้า ดังนั้น ยิ่งตัวเลขสูง ปริมาณรังสีที่ผ่านไปถึงผิวยิ่งน้อยลง
แนวทางการจัดระดับที่ ARPANSA ใช้อธิบายแบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้
UPF 15 จัดเป็นระดับป้องกันขั้นต่ำ
UPF 30 จัดเป็นระดับป้องกันที่ดี
UPF 50 และ UPF 50+ จัดเป็นระดับป้องกันที่ดีเยี่ยม
แม้ระดับ UPF 15 หรือ 30 จะช่วยลดรังสีได้แล้ว แต่ผู้ที่ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งนาน ทำงานกลางแดด หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำต่อเนื่องมักเหมาะกับเสื้อผ้าที่มีค่า UPF สูงและปกปิดผิวได้มากกว่า
1.2 UPF 50 กับ UPF 50+ ต่างกันอย่างไร
คำว่า UPF 50 และ UPF 50+ ต่างก็อยู่ในกลุ่มการปกป้องระดับสูงมาก การแสดงเครื่องหมาย 50+ อาจขึ้นอยู่กับผลการทดสอบและมาตรฐานที่ผู้ผลิตใช้รับรองสินค้า ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาป้ายสินค้า รายละเอียดการทดสอบ และข้อมูลจากผู้ผลิต ไม่ควรตัดสินจากข้อความ “กัน UV” ที่ไม่มีตัวเลขกำกับเพียงอย่างเดียว
สินค้าที่มีป้าย UPF อย่างเป็นทางการควรผ่านการประเมินประสิทธิภาพของเนื้อผ้าตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น ARPANSA มีบริการทดสอบวัสดุตามมาตรฐานเสื้อผ้าป้องกันแสงแดดของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถพิจารณาระดับการป้องกันจากฉลากได้อย่างชัดเจน
1.3 UPF 50 ต่างจาก SPF 50 อย่างไร
UPF และ SPF เป็นค่าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันแสงแดดเหมือนกัน แต่ใช้กับผลิตภัณฑ์คนละประเภท ค่า UPF ใช้กับเสื้อผ้า หมวก และวัสดุ โดยบอกปริมาณรังสี UVA และ UVB ที่สามารถผ่านวัสดุไปถึงผิว ส่วน SPF หรือ Sun Protection Factor ใช้กับผลิตภัณฑ์กันแดด และตัวเลข SPF เน้นการประเมินการป้องกันผลจากรังสี UVB ที่ทำให้ผิวแดงจากแดด โดยผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Broad Spectrum จะเพิ่มการป้องกันทั้ง UVA และ UVB
ดังนั้น เสื้อ UPF 50 ไม่ได้ทำให้ไม่ต้องใช้ครีมกันแดด เพราะเสื้อป้องกันได้เฉพาะบริเวณที่เนื้อผ้าปกคลุม ผู้สวมใส่ยังควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดแบบ Broad Spectrum บริเวณใบหน้า คอ หลังมือ ขา และผิวส่วนอื่นที่ไม่ได้อยู่ใต้เสื้อ พร้อมใช้หมวก แว่นกันแดด และร่มเงาร่วมกัน การป้องกันหลายวิธีพร้อมกันให้ความครอบคลุมมากกว่าการพึ่งเสื้อหรือครีมกันแดดเพียงอย่างเดียว
2. UPF 50 ช่วยลดรังสี UV ที่ผ่านเนื้อผ้าได้อย่างไร
หลักการทำงานของเสื้อผ้า UPF คือการใช้โครงสร้างเนื้อผ้า เส้นใย สี และกระบวนการผลิตเพื่อดูดซับ สะท้อน หรือจำกัดรังสี UV ไม่ให้ผ่านช่องว่างระหว่างเส้นใยไปถึงผิวหนัง เมื่อเนื้อผ้าถูกทอหรือถักอย่างหนาแน่น ช่องว่างที่แสงสามารถผ่านจะลดลง ขณะที่วัสดุและสีบางประเภทสามารถช่วยดูดซับรังสีได้มากขึ้น
สำหรับผู้ที่ถามว่า UPF 50 คือการเคลือบสารลงบนผ้าเสมอไปหรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็น ค่า UPF อาจเกิดจากคุณสมบัติของเส้นใย โครงสร้างการทอ สี การเคลือบผิว หรือหลายปัจจัยร่วมกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ว่าเสื้อใช้เทคโนโลยีแบบใด แต่คือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสามารถรักษาระดับการลดรังสีตามค่าที่ระบุได้หรือไม่
2.1 เสื้อ UPF 50 ลดรังสี UVA และ UVB ได้อย่างไร
รังสี UVA และ UVB สามารถส่งผลต่อผิวในลักษณะที่แตกต่างกัน ค่า UPF ถูกใช้เพื่อบอกปริมาณรังสีทั้งสองประเภทที่ผ่านผ้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่เสื้อผ้า UPF เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการสัมผัสรังสีบนพื้นที่ผิวขนาดใหญ่ เช่น แผ่นหลัง หน้าอก หัวไหล่ และแขน
หากเสื้อมีค่า UPF 50 ปริมาณรังสีที่ผ่านเนื้อผ้าตามการประเมินจะอยู่ที่ประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงอาจได้รับผลจากความพอดี สภาพผ้า และรูปแบบกิจกรรม การใส่เสื้อแขนยาวทรงพอดีที่ไม่ถูกยืดจนบาง จึงสามารถปกปิดพื้นที่ผิวได้มากกว่าเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อที่เลื่อนขึ้นระหว่างเคลื่อนไหว
2.2 เสื้อที่รัดหรือยืดมากเกินไปยังป้องกัน UV ได้หรือไม่
เมื่อลองดึงผ้าถักออกจากกัน จะเห็นว่าช่องว่างระหว่างเส้นใยกว้างขึ้น หลักการเดียวกันเกิดขึ้นเมื่อสวมเสื้อที่คับเกินไป เนื้อผ้าที่ถูกยืดบริเวณหัวไหล่ หน้าอก หรือแผ่นหลังอาจมีประสิทธิภาพลดลง โดย ARPANSA และ Cancer Council Australia ระบุว่าการยืดของผ้าเป็นปัจจัยที่สามารถลดการป้องกันจากรังสี UV ได้
การเลือกไซซ์จึงควรพอดีกับกิจกรรม Performance Fit สามารถเหมาะกับการเล่นเซิร์ฟเพราะลดการพองและการสะบัดของผ้าในน้ำ แต่ไม่ควรคับจนเกิดรอยยืดชัดเจน ส่วน Relaxed Fit เหมาะกับกิจกรรมบนชายหาด พาย SUP หรือเดินกลางแจ้ง โดยควรเลือกทรงที่ไม่หลวมจนรบกวนการเคลื่อนไหว
2.3 การซักและการใช้งานนาน ๆ ส่งผลต่อเสื้อ UPF 50 หรือไม่
การสึกหรอ เส้นใยบางลง ตะเข็บเสียหาย หรือการสัมผัสสารเคมีอาจลดความสามารถของเสื้อในการป้องกันรังสีได้ ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามป้ายดูแลสินค้า ล้างน้ำสะอาดหลังสัมผัสน้ำทะเลหรือคลอรีน และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยารุนแรงหากผู้ผลิตไม่ได้แนะนำ
ควรตรวจสอบเสื้อเป็นระยะ หากเนื้อผ้าบางจนเห็นแสงได้ง่าย เกิดรอยยืดถาวร รูปทรงหลวม หรือมีพื้นที่ขาด ควรพิจารณาเปลี่ยนเสื้อใหม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้กลางแดดจัดเป็นประจำ
3. กิจกรรมอะไรควรใส่เสื้อกันแดด UPF 50
เสื้อ UPF 50 เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกิจกรรมที่อยู่ใกล้น้ำหรือพื้นที่เปิดโล่ง ซึ่งอาจมีแสงสะท้อนจากผิวน้ำ ทราย หรือพื้นผิวรอบตัว การสวมเสื้อปกปิดผิวช่วยลดพื้นที่ที่ต้องทาครีมกันแดดซ้ำ และเหมาะกับวันที่ต้องเคลื่อนไหวจนมีเหงื่อออกหรือสัมผัสน้ำบ่อย
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้วิธีป้องกันแสงแดดร่วมกัน ได้แก่ หลีกเลี่ยงแดดจัด มองหาร่มเงา สวมเสื้อผ้าปกป้องผิว ใช้หมวกและแว่นกันแดด และทาผลิตภัณฑ์กันแดดบนบริเวณที่เสื้อผ้าปิดไม่ถึง โดยควรเริ่มให้ความสำคัญกับการป้องกันเมื่อดัชนี UV อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
3.1 พาย SUP และคายักเหมาะกับเสื้อ UPF 50 แบบไหน
การพาย SUP และคายักทำให้แผ่นหลัง แขน คอ และใบหน้าสัมผัสแดดต่อเนื่อง เพราะผู้เล่นอยู่บนพื้นที่เปิดและอาจหาร่มเงาได้ยาก เสื้อแขนยาว UPF 50 จึงเหมาะกับกิจกรรมประเภทนี้ โดยเฉพาะรุ่นที่ระบายอากาศได้ดีและมีทรงไม่รัดมากเกินไป
ผู้ที่พายเพื่อพักผ่อนสามารถเลือก Relaxed Fit เพื่อให้สวมใส่สบายบนบกและในน้ำ ส่วนผู้ที่พายระยะไกลหรือเน้นความเร็วอาจเลือกทรงกระชับขึ้นเพื่อลดการสะบัดของเนื้อผ้า เสื้อ Rip Curl รุ่น SHOCK UPF L/S ถูกนำเสนอสำหรับกิจกรรม SUP และดำน้ำตื้น โดยใช้ผ้ายืดและมีคุณสมบัติ UPF 50+ ตามรายละเอียดของแบรนด์
เสื้อกันแดด Rip Curl รุ่น SHOCK UPF L/S เป็นเสื้อ Rash Vest แขนยาวทรง Relaxed Fit ที่สวมใส่สบายและเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผลิตจากผ้า Stretch Recycled Polyester Marle พร้อมคุณสมบัติ UPF 50+ ช่วยลดรังสี UV ที่ผ่านเนื้อผ้า เหมาะสำหรับเล่นเซิร์ฟ ว่ายน้ำ พาย SUP และทำกิจกรรมกลางแจ้ง มาพร้อมตะเข็บแบบ Flatlock ช่วยลดการเสียดสี มีห่วง Elastic Boardshort Loop สำหรับยึดเสื้อเข้ากับกางเกง Boardshort และรองรับการใช้งานในสระด้วยคุณสมบัติ Chlorine Friendly จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสื้อ UPF 50 ที่ใช้ได้ทั้งทะเลและสระว่ายน้ำ
3.2 เสื้อ UPF 50 เหมาะกับวิ่ง เดินป่า และท่องเที่ยวหรือไม่
เสื้อกันแดดไม่ได้จำกัดเฉพาะกิจกรรมทางน้ำ ผู้ที่วิ่ง เดินป่า ปั่นจักรยาน ตกปลา หรือท่องเที่ยวกลางแจ้งก็สามารถใช้เสื้อ UPF ได้ อย่างไรก็ตาม เสื้อ Rash Vest แบบ Performance Fit อาจแนบตัวและระบายอากาศแตกต่างจากเสื้อ Outdoor ทั่วไป จึงควรเลือกเนื้อผ้าและทรงให้ตรงกับกิจกรรม
สำหรับกิจกรรมบนบก ควรให้ความสำคัญกับน้ำหนักเบา การระบายเหงื่อ พื้นที่ระบายอากาศ และทรงที่ไม่รัดจนเกินไป เสื้อแขนยาวทรง Relaxed Fit หรือเสื้อคลุม UPF แบบมีซิปสามารถถอดและสวมได้สะดวกกว่า ขณะที่การเดินทางไปทะเลอาจเลือกเสื้อหนึ่งตัวที่ใช้ได้ทั้งเดินริมชายหาด พาย SUP และลงเล่นน้ำ
เสื้อกันแดด Rip Curl รุ่น FADE OUT UPF PERF L/S เป็นเสื้อ Rash Vest แขนสั้นทรง Performance Fit ที่ออกแบบให้กระชับและเคลื่อนไหวได้คล่องตัว เหมาะสำหรับเล่นเซิร์ฟ ว่ายน้ำ และกิจกรรมทางน้ำกลางแจ้ง ผลิตจากผ้า Polyester ผสม Elastane น้ำหนัก 180 กรัม ให้ความยืดหยุ่นและแนบกับลำตัวได้ดี พร้อมคุณสมบัติ UPF 50+ ช่วยลดรังสี UV ที่ผ่านเนื้อผ้า โดดเด่นด้วยลายกราฟิกทั่วตัว ดีเทลตะเข็บสีตัด และลายพิมพ์ด้านหน้า–ด้านหลัง รวมถึงมี Elastic Boardshort Loop สำหรับยึดชายเสื้อเข้ากับกางเกง Boardshort ช่วยลดปัญหาเสื้อเลื่อนขึ้นระหว่างทำกิจกรรมในน้ำ จึงตอบโจทย์ทั้งด้านการปกป้องผิว ฟังก์ชัน และสไตล์ Surf Lifestyle ในตัวเดียวครับ
4. วิธีเลือกเสื้อ UPF 50 ให้ระบายอากาศและเคลื่อนไหวสะดวก
การเลือก เสื้อ UPF 50 ที่ดีไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข UPF เพราะเสื้อที่ป้องกันรังสีได้สูงแต่ร้อน อับ หรือรั้งการเคลื่อนไหว อาจทำให้ผู้ใช้ถอดออกระหว่างทำกิจกรรม ควรพิจารณาพร้อมกันทั้งทรงเสื้อ เนื้อผ้า ความยืดหยุ่น ตะเข็บ ความยาวแขน และความเหมาะสมกับน้ำทะเลหรือคลอรีน
ก่อนซื้อควรระบุกิจกรรมหลักให้ชัดเจน หากเน้นเล่นเซิร์ฟ ควรเลือกเสื้อที่กระชับและไม่พองในน้ำ หากเน้นเดินชายหาดหรือพาย SUP แบบสบาย ๆ สามารถเลือกทรง Relaxed Fit ที่ระบายอากาศและสวมใส่ต่อบนบกได้ง่ายกว่า
4.1 เลือกแขนสั้นหรือแขนยาวแบบไหนดีกว่า
เสื้อแขนยาวช่วยปกปิดไหล่และแขนได้มากกว่า จึงเหมาะกับกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน เช่น เซิร์ฟ ดำน้ำตื้น พาย SUP และออกเรือ ส่วนเสื้อแขนสั้นให้ความคล่องตัวและสวมใส่ง่าย เหมาะกับการเล่นน้ำระยะสั้นหรือกิจกรรมที่ต้องการระบายอากาศบริเวณแขนมากขึ้น
หากเลือกแขนสั้น ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดบริเวณแขนและผิวส่วนที่เปิดออก หากเลือกแขนยาว ควรตรวจสอบความยาวแขนขณะเหยียดและพาย แขนเสื้อที่สั้นเกินไปอาจเปิดข้อมือ ส่วนแขนที่ยาวและหลวมมากอาจรบกวนการจับอุปกรณ์
4.2 เนื้อผ้าแบบไหนเหมาะกับ Rash Vest
Rash Vest มักใช้เส้นใยสังเคราะห์ เช่น Polyester, Nylon หรือ Elastane เพื่อให้มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และรักษารูปทรงเมื่อเปียก ตัวอย่างเช่น WAVES UPF PERF L/S ของ Rip Curl ใช้ Polyester ผสม Elastane น้ำหนัก 180 กรัม พร้อมทรง Performance Fit ตะเข็บ Flatlock และค่า UPF 50+ ส่วน STACK UPF L/S ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลแบบ Micro Mesh และทรง Loose Fit
เส้นใยแต่ละชนิดไม่ได้หมายความว่าเสื้อจะระบายอากาศหรือแห้งเร็วเท่ากันทุกตัว ควรดูน้ำหนักผ้า โครงสร้างการทอ ซับใน ตำแหน่งตะเข็บ และข้อมูลจากผู้ผลิตประกอบกัน
4.3 ควรเลือกสีเข้มหรือสีอ่อน
สีและสีย้อมสามารถมีผลต่อการดูดซับรังสี แต่ไม่ควรสรุปว่าสีเข้มทุกตัวมีค่า UPF สูงกว่าเสื้อสีอ่อนทุกตัว เพราะโครงสร้างเนื้อผ้า ชนิดเส้นใย และการทดสอบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีความสำคัญร่วมกัน ผู้ซื้อควรยึดค่าที่ระบุบนสินค้าเป็นหลัก
ในด้านการใช้งาน สีอ่อนอาจให้ความรู้สึกเหมาะกับสภาพอากาศร้อนและมองเห็นคราบจากเกลือได้ง่าย ขณะที่สีเข้มจับคู่กับชุดได้สะดวกและอาจมองเห็นความโปร่งของผ้าได้น้อยกว่า ควรเลือกตามสไตล์โดยไม่ลดความสำคัญของค่า UPF และความพอดี
เช็กลิสต์ก่อนซื้อเสื้อ UPF 50
ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจสอบรายละเอียดต่อไปนี้
มีค่า UPF 50 หรือ UPF 50+ ระบุชัดเจน
แขนเสื้อและทรงเสื้อปกปิดผิวตามกิจกรรม
เนื้อผ้าไม่ถูกยืดมากเกินไปเมื่อสวม
ยกแขน หมุนไหล่ และก้มตัวได้สะดวก
ตะเข็บด้านในเรียบและไม่กดผิว
เนื้อผ้าระบายอากาศและแห้งง่าย
เหมาะกับน้ำทะเลหรือคลอรีนตามการใช้งาน
ชายเสื้อไม่เลื่อนขึ้นง่ายเมื่อเคลื่อนไหว
สามารถดูแลตามป้ายซักได้สะดวก
ดีไซน์เหมาะกับการสวมใส่ทั้งในน้ำและบนบก
สำหรับคนที่กำลังมองหา Ripcurl shop สามารถดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่:
5. FAQ เกี่ยวกับเสื้อ UPF 50
5.1 UPF 50 คือกันแดดได้ 100% หรือไม่
ไม่ใช่ เสื้อที่มีค่า UPF 50 ยอมให้รังสี UV ผ่านได้ประมาณ 1 ใน 50 หรือประมาณ 2% จึงลดรังสีที่ผ่านเนื้อผ้าได้ประมาณ 98% ไม่ได้ป้องกันได้ทั้งหมด และปกป้องเฉพาะบริเวณที่เสื้อปิดคลุมเท่านั้น ผู้สวมใส่ยังควรใช้ครีมกันแดดบริเวณใบหน้า คอ มือ ขา และผิวที่เปิดออก พร้อมใช้หมวก แว่นกันแดด และร่มเงาร่วมกัน
5.2 เสื้อ UPF 50 ต้องทาครีมกันแดดอีกไหม
ต้องทาบริเวณที่เสื้อผ้าไม่ปกคลุม เสื้อ UPF ช่วยลดความจำเป็นในการทาครีมบนพื้นที่ใต้เสื้อ แต่ไม่สามารถปกป้องใบหน้า หู หลังคอ มือ หรือขาได้ทั้งหมด WHO แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดแบบ Broad Spectrum บนพื้นที่ผิวที่เสื้อปกปิดไม่ถึง โดยใช้ร่วมกับเสื้อผ้า หมวก แว่นกันแดด และการหลีกเลี่ยงแดดจัด
5.3 เสื้อ UPF 50 ใส่ว่ายน้ำได้ทุกตัวหรือไม่
ควรตรวจสอบรายละเอียดสินค้า เสื้อ UPF บางรุ่นออกแบบสำหรับเดิน วิ่ง หรืองานกลางแจ้ง และอาจพองหรืออุ้มน้ำเมื่อใช้ว่ายน้ำ ส่วน Rash Vest และ Surf Wear ถูกออกแบบให้รองรับการสัมผัสน้ำและการเคลื่อนไหวทางน้ำได้เหมาะสมกว่า หากใช้ในสระเป็นประจำ ควรเลือกรุ่นที่ระบุว่า Chlorine Friendly หากใช้ในทะเล ควรล้างน้ำสะอาดหลังใช้งานทุกครั้งเพื่อลดคราบเกลือ ทราย และผลิตภัณฑ์กันแดดที่ตกค้างบนเส้นใย
5.4 เสื้อ UPF 50 ใส่แล้วร้อนหรือไม่
ความรู้สึกร้อนขึ้นอยู่กับความหนา การระบายอากาศ สี รูปทรง และกิจกรรม เสื้อ UPF ไม่จำเป็นต้องหนาหรือร้อนเสมอไป เพราะหลายรุ่นใช้เส้นใยน้ำหนักเบาและโครงสร้างที่ช่วยระบายอากาศ
5.5 เสื้อ UPF 50 เปียกแล้วยังกันแดดได้หรือไม่
ประสิทธิภาพของผ้าบางประเภทสามารถลดลงเมื่อเปียก ดังนั้นควรเลือกเสื้อที่ออกแบบและระบุค่า UPF สำหรับกิจกรรมทางน้ำ ไม่ควรนำเสื้อยืดทั่วไปมาใช้แทน Rash Vest โดยคาดหวังว่าจะให้การป้องกันเท่ากันนอกจากนี้ ควรเปลี่ยนเสื้อเมื่อเนื้อผ้าบาง ยืด หรือเสื่อมสภาพมาก เพราะความเปียกและการสึกหรออาจส่งผลต่อการป้องกัน
5.6 เสื้อ UPF 50 ใช้ได้นานกี่ปี
ไม่มีระยะเวลาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน วิธีซัก คลอรีน น้ำทะเล การตากแดด และการเสียดสี ควรตรวจสภาพเนื้อผ้าแทนการนับจำนวนปี หากเสื้อยืดถาวร บางจนแสงลอดผ่านมาก สีหรือเส้นใยเสื่อม ตะเข็บหลุด หรือไม่กระชับเหมือนเดิม ควรพิจารณาเปลี่ยน โดยเฉพาะหากใช้สำหรับกิจกรรมกลางแดดเป็นประจำ
5.7 เสื้อ UPF 50 ใช้แทนเสื้อกันหนาวหรือ Wetsuit ได้หรือไม่
ไม่ได้ Rash Vest หรือเสื้อ UPF เน้นการปกปิดผิวและลดรังสี UV รวมถึงช่วยลดการเสียดสีบางส่วน แต่ไม่ได้ออกแบบมาเก็บความอบอุ่นเหมือน Wetsuit หากทำกิจกรรมในน้ำเย็น ควรเลือกความหนาของ Wetsuit ให้เหมาะกับอุณหภูมิและสภาพแวดล้อม ผู้ใช้สามารถใส่ Rash Vest ใต้ Wetsuit เพื่อเพิ่มความสบายหรือใช้แยกในวันที่น้ำอุ่น แต่ต้องพิจารณาอุณหภูมิและระยะเวลาที่อยู่ในน้ำเป็นหลัก
6. แนะนำเสื้อ Rash Vest และ Surf Wear จาก Rip Curl
Rip Curl Thailand มีเสื้อ Rash Vest ทั้งแขนสั้น แขนยาว ทรง Performance Fit และ Relaxed Fit รวมถึง Surf Suit และกางเกง Surf Pant ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะกับกิจกรรมและพื้นที่ผิวที่ต้องการปกปิด รายละเอียดของสินค้า ไซซ์ สี และสถานะสินค้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนสั่งซื้อ
ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ คอลเลกชั่น Rashshirts และเสื้อ UPF จาก Rip Curl Thailand

6.1 เสื้อ UPF 50 สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- EWG COMP TEE
- 12SMTE RCT M DEST TEE THAI SURF SHOP S2 25
- SURF PUFF INSPIRED CREW
- SEARCH DESTROY L/S SHIRT
- AOTS TY WILLIAMS JOURNEY MUSCL
- HAWAII ALOHA UPF L/S
- RCT M DEST TEE THAI WORK IS BORING
- FUN TIMES S/S SHIRT
- RCT M DEST TEE WAT ARUN SUNSET BLACK

6.2 เสื้อ UPF 50 ทรงสบายสำหรับพาย SUP

6.3 เสื้อ UPF 50 ผู้หญิงสำหรับเซิร์ฟ

6.4 เลือกเสื้อ Rash Vest จาก Rip Curl รุ่นไหนดี
- HAWAII BADGE UPF L/S
- SURF STRIPE UPF SURF SUIT
- CATALINA ISLAND UPF LS RV
- SKELLY BREACH VOLLEY
- PREMIUM SURF LS SURF SUIT
ช่องทางติดต่อ Rip Curl Thailand
สามารถติดตามสินค้า Surfwear, Beachwear และ Active Lifestyle เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางของ Rip Curl Thailand เพื่ออัปเดตคอลเลกชันใหม่ โปรโมชั่น และไอเท็มสำหรับสาย Beach Running และ Surf Lifestyle ได้ตลอดเวลา
- Website:
Rip Curl Thailand Official Website - Facebook:
Rip Curl Thailand Facebook - Instagram:
Rip Curl Thailand Instagram